วันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

อาหารขยะ (Junk Food)

                                                                       อาหารขยะ (Junk Food) 




                   หมายถึง อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการน้อย ประกอบไปด้วยแป้ง น้ำตาล ไขมันและเกลือสูง ให้พลังงานสูง มีเส้นใยอาหารต่ำ ใช้เรียกอาหารปรุงสำเร็จได้หลายอย่างทั้งอาหารหวานและอาหารคาว ตั้งแต่ลูกกวาด น้ำอัดลม น้ำหวาน ขนมกรุบกรอบทั้งหลาย แฮมเบอร์เกอร์ มันฝรั่งทอด เป็นต้น การรับประทานอาหารขยะเหล่านี้เป็นประจำ เพิ่มความเสี่ยงให้ร่างกายได้รับพลังงานเกินความต้องการ เป็นปัจจัยเสี่ยงให้เกิด โรคอ้วน โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคมะเร็งได้ และอาจเป็นสาเหตุทำให้ร่างกายขาดสารอาหาร วิตามินและเกลือแร่ที่จำเป็นต่อการทำงานของระบบต่างๆในร่างกาย เช่น มีผลต่อระบบภูมิคุ้มกันทำให้ต้านทานโรคได้น้อยลงเช่นกัน นอกจากนี้การรับประทานอาหารขยะ จะทำให้ได้ใยอาหารน้อย ทำให้การขับถ่ายไม่เป็นปกติ จะเห็นว่าอาหารบางอย่างที่จัดอยู่ในจำพวกอาหารจานด่วน ขณะเดียวกันก็มีลักษณะที่เป็นอาหารขยะได้ด้วย

โรคที่มากับอาหารขยะ

โรคที่มากับอาหารขยะ

1.โรคหัวใจ คอเลสเตอรอบสูง เพราะกินอาหารที่มีไขมันบ่อย พอสะสมในร่างกายเยอะๆ เสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตและโรคไต

2.โรคข้อกระดูกอักเสบ น้ำหนักที่มากเกิน ส่งผลให้ข้อเข่าและสะโพกล้า กระดูกอ่อนอาจเสื่อมสภาพได้

3.โรคตับ หากสะสมไขมันในตับ อาจทำให้เป็นโรคตับแข็งได้

4.โรคเบาหวาน พอมีไขมันที่หน้าท้องมากเกิน ทำให้เกิดการต้านอินซูลินส่งผลให้สะสมกลูโคสในร่างกายทำให้เป็นเบาหวาน ส่งผลให้ทำลายหลอดเลือดในจอตา ทำให้ตาบอดแทรกซ้อนได้


5.ไขมันในเลือดสูง เพราะกินอาหารจำพวกนี้เป็นประจำ เสี่ยงต่อการเป็นเส้นเลือดในสมองอุดตัน หลอดเลือดพิการ เพราะไขมันไปเกาะผนังหลอดเลือด 

จาก http://women.thaiza.com/

อาหารขยะอันดับ 1-2

1.แฮมเบอเกอร์



แฮมเบอร์เกอร์ทำมาจากเนื้อส่วนที่เหลือที่แย่ที่สุดจากโรงฆ่าสัตว์ เนื้อส่วนใดที่ขายเป็นส่วนของมันไม่ได้แล้วจะกองอยู่ที่พื้น และนำมาบดทำเป็นเบอร์เกอร์ รวมทั้งกีบ กระดูก จมูก หูและส่วนอื่นๆของมัน เพราะว่าเบอร์เกอร์ทั้งหมดทำมาจากสัตว์ จึงสามารถขึ้นป้ายว่า เนื้อวัวแท้ (Pure beef)แฮมเบอร์เกอร์ทั้งหมดจะใส่สารปรุงรส (MSG=Monosodium Glutamate) ทำให้ปวดศีรษะและเกิดอาการแพ้ MSG เป็นสารเคมีที่ห้องปฏิบัติการทดลองใช้ช่วยทำให้สัตว์อ้วนขึ้น และท้ายที่สุดก็ทำให้ท่านอ้วนขึ้นด้วย  อุตสาหกรรมปศุสัตว์ เป็นผู้ใช้ยาปฏิชีวนะมากที่สุดในโลก เพื่อใช้ในการหักล้างแบคทีเรียที่เป็นอันตรายในเนื้อ



2.ฮอทด็อก




ฮอทด็อกทำมาจากเนื้อส่วนที่เหลือที่แย่ที่สุดจากโรงฆ่าสัตว์ เนื้อส่วนใดที่ขายเป็นส่วนของมันไม่ได้แล้วจะกองอยู่ที่พื้น และนำมาบดทำเป็นเบอร์เกอร์ รวมทั้งกีบ กระดูก จมูก สันจมูก หู เล็บและส่วนอื่นๆของมัน เพราะว่าฮอทด็อกทั้งหมดทำมาจากสัตว์ จึงสามารถขึ้นป้ายว่า เนื้อวัวแท้ (Pure beef) หรือ ทำจากไก่งวงแท้ 100%

อาหารขยะอันดับ 3-4

3.เฟรนช์ฟราย



เป็นอาหารที่มี ความเป็นพิษสูงการทอดเฟร้นช์ฟราย จะทอดกันที่อุณหภูมิสูง ทำให้มีสารเคมีอะคริลิไมด์(Acrylimides) ออกมา ซึ่งรู้จักกันดีว่า เป็นสารก่อโรคมะเร็งและทำลายประสาท




4.โอริโอ้ คุกกี้




ที่เด่นชัดมากก็คือ ส่วนของน้ำตาลมีอยู่สูงถึง 23 กรัมเลยทีเดียว
ช็อกโกเล็ตนั้นเป็นสารอาหารรายการสุดท้าย นั่นหมายความว่า มีช็อคโกเล็ตประกอบอยู่น้อยมาก น้ำตาลปริมาณสูง ทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่นและเกิดริ้วรอยได้เร็วยิ่งขึ้น

อาหารขยะอันดับ 5-6

5.พิซซ่า



พิซซ่าในเชิงทางการค้าจะประกอบไปด้วยอาหารที่มาจากการตัดแต่งทางพันธุ์กรรม 5 ชนิด
-. เนยแท้ (cheese) เพียง 10% เท่านั้น
-. แป้งที่ผ่านการปรุงแต่งให้ขาวที่ได้ทำการฟอกสี ทำให้วิตามินและเกลือแร่ออกไปแล้ว แต่ได้ทำการเติมเกลือแร่สังเคราะห์ตามจำนวนโมเลกุลที่มันเคยมีอยู่เข้าไปใหม่
-ซอสมะเขือเทศ ทำด้วยสารที่คล้ายมะเขือเทศที่สร้างยาฆ่าแมลงของมันขึ้นมาได้เอง ในร่างกายของท่าน
-แป้งสาลีที่นำมาใช้เป็นแป้งชนิดที่มีการตัดแต่งทางพันธุ์กรรม
-มีน้ำมันฝ้ายประกอบอยู่ด้วย ฝ้ายไม่ได้จัดเป็นพืชพวกอาหาร มันผ่านการสเปรย์ด้วยยาฆ่าแมลงที่ชาวไร่ใช้


6.น้ำอัดลม





สารตัวสำคัญที่มีอยู่ในโค้กก็คือกรดกำมะถัน (Phosphoric acid) ในด้านความเป็นกรดด่าง มันมีความเป็นกรดอยู่สูงมากพอที่จะละลายตะปูได้ภายใน 4 วันกรดที่สะสมอยู่ในร่างกาย ทำให้ยากที่จะทำให้น้ำหนักตัวลดลงได้

อาหารขยะอันดับ 7-8

7.ชิ้นไก่เนี้อนุ่มไม่มีกระดูก



ทำมาจากชิ้นส่วนของไก่ที่ไม่ใช้แล้ว น้อยมากที่จะทำมาจากเนื้อขาวจริงๆการรับประทานต่อครั้งโดยทั่วไป จะให้พลังงาน 340 แคลอรี่ 50% เป็นไขมันมีแป้งขนมปังผสมอยู่มาก จึงมีคาร์โบไฮเดรตอยู่สูง มีการเติมสารปรุงรส (MSG=Monosodium Glutamate) ทำให้ปวดศีรษะ




8.ไอศครีม




มีไขมันอยู่สูงมาก (ขนาดปกติ 4 ออนซ์) มีไขมันเกินกว่า 50% ของไขมันที่แนะนำให้บริโภคต่อครั้งต่อวันมีคาร์โบไฮเดรตอยู่มาก เกือบ 40% ของคาร์โบไฮเดรตที่แนะนำให้บริโภคต่อครั้งต่อวันมีน้ำตาลอยู่มาก ทำให้มีความกระหายน้ำตาลมากยิ่งขึ้น เป็นสาเหตุทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่น3

อาหารขยะอันดับ 9 - 10

9.โดนัท



โดยเฉลี่ยแล้ว จะให้พลังงานประมาณ 300 แคลอรี่ ในโดนัทหนึ่งชิ้นมีแป้งคาร์โบไฮเดรตอยู่มากกว่า 50% ของที่แนะนำให้บริโภคต่อครั้งต่อวัน  มีเกลือโซเดียมอยู่สูงมาก ทำให้ร่างกายขาดน้ำได้

10.โปเตโต้ชิพ อาหารขบเคี้ยว



การทอดโปเตโต้ชิพจะทอดกันที่อุณหภูมิสูงทำให้มีสารเคมีอะคริลิไมด์ (Acrylimides) ออกมา ซึ่งรู้จักกันดีว่า เป็นสารก่อโรคมะเร็งและทำลายประสาท  กินมันฝรั่งทอดเพียงวันละ 1 ถุง เท่ากับซดน้ำมันพืชปีละ 5 ลิตร


โทษของอาหารขยะ

โทษขจองอาหารขยะ

 1. ทำให้แก่เร็ว

          ได้ชื่อว่าเป็นอาหารขยะ เรารู้อยู่แล้วว่ามันเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความอ้วน แต่คุณรู้หรือไม่ว่า มันยังทำให้เราแก่เร็วขึ้นด้วย! นั่นก็เพราะอาหารเหล่านี้มีส่วนผสมของน้ำตาล แป้ง และสารกันบูดทั้งหลาย ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้สารอินซูลีนที่อยู่ในร่างกายเพิ่มขึ้นและลดลงอย่างรวดเร็ว อีกทั้งไปยับยั้งสารต้านอนุมูลอิสระ ก่อให้เกิดการเร่งการเจริญเติบโตเกินไป

          พูดง่าย ๆ ก็คือ ทำให้แก่เร็วขึ้น ผิวคล้ำเสียได้ง่ายขึ้น ริ้วรอยหรือตีนกาเริ่มถามหา นอกจากนี้ ยังทำให้เกิดกระบวนการ Glycation ที่จะไปทำลายคอลลาเจนในร่างกายเราโดยตรง ทำให้คอลลาเจนเกิดภาวะแข็งตัว ขาดความยืดหยุ่น ส่งผลให้ผิวหนังขาดความชุ่มชื้น ไม่เต่งตึงกระชับอย่างที่สาว ๆ ปรารถนา



จาก http://health.kapook.com/view40181.html

โทษของอาหารขยะ2-3

  2. รอบเอวขยาย
         
 ในกิจวัตรประจำวันของคุณสาว ๆ หลายคนชอบทานอาหารจังก์ฟู้ด ดื่มน้ำอัดลมเป็นชีวิตจิตใจ นั่นแหละค่ะ สาเหตุหลักเลย เนื่องจากในกรรมวิธีการผลิตอาหารขยะจะมีจำนวนของโซเดียม หรือ เกลือแร่ ชนิดหนึ่งที่มีความจำเป็นต่อร่างกายอยู่มากเกินความต้องการของร่างกายมนุษย์ และโซเดียมที่ว่านี้จะทำให้เราเกิดอาการ "บวมน้ำ" 


3. มีอาการท้องผูก

          ในชีวิตอันเร่งรีบของสาว ๆ เวิร์กกิ้งวูแมนทั้งหลาย หลายคนไม่มีเวลาทานอาหารเช้าซึ่งเป็นอาหารมื้อที่สำคัญที่สุดของร่างกาย สาว ๆ จึงมักหันไปกินขนมปัง เพราะเป็นอาหารที่สามารถทำให้อิ่มได้ในเวลาอันรวดเร็ว

          แต่ความจริงแล้วอาหารประเภทขนมปังนั่นถือว่าเป็นอาหารขยะ โดยเฉพาะขนมปังขัดขาว มันผ่านกระบวนการฟอกสีที่ทำให้สูญเสียวิตามินไปดังเช่นข้าว เพราะงั้นหลายคนจึงหันมาทานเลือกข้าวกล้องที่ไม่ผ่านการขัดสี ทานขนมปังโฮลวีท แทน นั่นก็เพราะอาหารพวกขัดขาว ไม่มีเส้นใยอาหาร หรือไฟเบอร์ ซึ่งช่วยในการขับถ่าย ทำให้คุณหลีกหนีจากโรคท้องผูก โรคที่ใครไม่อยากเป็นกันแน่ ๆ

จาก http://health.kapook.com/view40181.html

โทษของอาหารขยะ4-5

  4. เกิดอาการกรดไหลย้อน

          หลาย ๆ คนชอบทานอาหารหนัก ๆ อาหารจำพวกจังก์ฟู้ด เช่น แฮมเบอร์เกอร์ เฟรนช์ฟายส์ ในมื้อเย็น บางคนชอบทานมื้อดึกเลยก็มี และที่สำคัญกินแล้วก็เข้านอนเลย นั่นแหละค่ะสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดอาการกรดไหลย้อน ที่หลายคนกำลังทรมานกับอาการแสบร้อนในทรวงอก เนื่องจากกรดในกระเพาะไหลย้อนขึ้นไปในหลอดอาหาร นั่นก็เพราะว่า อาหารจังก์ฟู้ดทั้งหลายมีไขมันอิ่มตัวสูงเกินไปซึ่งจะใช้เวลานานในการย่อยมากกว่าอาหารปกติ ทำให้กระเพาะอาหารปล่อยกรดเกินมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งกรดเกินเหล่านี้ก็จะไหลย้อนขึ้นมาทางหลอดอาหารนั่นเอง
  

5. อารมณ์แปรปรวนช่วงประจำเดือนมา

          สาว ๆ หลายคนเวลามีประจำเดือนจะรู้สึกเหมือนตัวเองเปลี่ยนไปเป็นคนละคน จากสาวอารมณ์ดีกลายเป็นสาวขี้โมโหภายในพริบตา นั่นก็เพราะเกิดอาการ PMS ค่ะ อาการพีเอ็มเอสที่ผู้หญิงแสดงออกมาทั้งหมดมีพฤติกรรมหลากหลายกว่า 150 อาการ ดังนั้น เราจึงอยากแนะนำให้คุณหลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟช่วงมีประจำเดือน

          เพราะอะไรนะหรือ? คุณสาว ๆ รู้หรือไม่ว่า กาแฟที่เราชอบกินกันนั้นเป็นตัวการที่ดีที่ทำให้เกิดอาการพีเอ็มเอสเลยล่ะ เพราะส่วนใหญ่สาว ๆ ชอบดื่มกาแฟใส่น้ำตาล ซึ่งน้ำตาลจะทำให้สารอินซูลินที่อยู่ในร่างกายเพิ่มขึ้นและลดลงอย่างฮวบฮาบ ส่งผลต่อการทำงานของสมองที่ควบคุมด้านอารมณ์อยู่ และพอมาเจอกับการมีประจำเดือนที่ฮอร์โมนไม่ปกติอยู่แล้ว ยิ่งทำให้สาว ๆ ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ เหวี่ยงกันเป็นประจำนั่นเอง.


จาก http://health.kapook.com/view40181.html